เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยอดแบ็กขวาของ ลิเวอร์พูล ระบุ นักเตะที่ตนใช้เป็นแบบอย่าง

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลาง “หงส์แดง” คือนักเตะที่เป็นแบบอย่างในการเล่นและการพัฒนาของตน

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ดาวเตะวัย 21 ปี ถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล โดยเขาได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ “หงส์แดง” เป็นครั้งแรกในปี 2016 และก็กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในตอนนี้ จนถึงขนาดได้รับการยกย่องจากบางฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน

หลังจากโดนถามว่าเขาเอาใครเป็นแบบอย่างนั้น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ตอบว่า “เจอร์ราร์ด ผมชื่นชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเกมการเล่นของเขา ผมศึกษาการเล่นของเขาอยู่เสมอ และอยากเป็นแบบเขาให้ได้มาโดยตลอด ผมไม่เคยคิดว่า -ฉันอยากเปิดบอลให้ได้แบบนั้นจัง- หรอกนะ มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ มันอาจจะเป็นคุณสมบัติที่ดีที่สุดของผมเวลาบุกขึ้นหน้าก็ได้ ดังนั้นผมเลยพยายามที่จะใช้มันให้เต็มที่”

“ผมจำได้ว่า เจอร์ราร์ด เป็นคนยิงลูกฟรีคิกให้ ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ เขารับหน้าที่ในจังหวะแบบนั้นอยู่ตลอด ผมรู้สึกว่าถ้าใครมีความมั่นใจในการยิงลูกฟรีคิกหรือลูกเซตพีซ พวกเขาก็ควรจะทำหน้าที่นั้นไปเลย และผมก็มีความมั่นใจในการรับหน้าที่วางบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ”

“ผมไม่เรื่องมากหรอกว่าต้องเล่นในตำแหน่งไหน ผมก็แค่อยากเล่นฟุตบอลเท่านั้น ถ้าเกิดผู้จัดการทีมตัดสินใจว่าเขาอยากให้ผมเป็นมิดฟิลด์, เซนเตอร์แบ็ก หรือกองหน้า ผมก็ยินดีที่จะเล่นในตำแหน่งเหล่านั้น อย่างเดียวที่จะทำให้ผมผิดหวังตอนที่เดินออกจากสนามก็คือการที่เราไม่ชนะ”

“มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะทำแอสซิสต์ได้รึเปล่า สิ่งที่สำคัญที่สุด และเป้าหมายหลักของผมก็คือการช่วยให้ทีมชนะ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะได้แอสซิสต์, เก็บคลีนชีท, หรือทำประตูได้ ชัยชนะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของผมคือเรื่องเกมรับ และผมก็อยากช่วยทีมรวมถึงสร้างโอกาสทำประตูให้ได้ แน่นอนว่าตำแหน่งของผมต่างออกไป (เมื่อเทียบกับ เจอร์ราร์ด) และผมก็เป็นนักเตะคนละแบบกับเขาด้วย”

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เสริมว่าตนเป็นหนี้บุญคุณ เจอร์เก้น คล็อปป์ สุดๆ ที่ให้โอกาสตนได้ลงเล่นบ่อยๆ ก่อนที่จะพัฒนาฝีเท้าได้เป็นอย่างดี “ผมเป็นหนี้บุญคุณเขาทุกอย่าง ถ้าไม่มีเขาแล้วล่ะก็ มันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เขาเป็นคนที่ให้โอกาสผมมากที่สุด ผมได้โอกาสจากเขาเยอะสุดๆ จนถึงขนาดที่มากเกินกว่าที่ผมจะร้องขอได้ เขาให้ความเชื่อมั่นและความศรัทธาในตัวผมอย่างมาก ซึ่งผมก็พยายามที่จะตอบแทนเขาในทุกครั้งที่เขาให้ความเชื่อมั่นในตัวผม”